หมอนรองกระดูกคอปลิ้น ปวดร้าวลงแขน ไม่ต้องผ่าตัดเสมอไป

อาการปวดแปล๊บ ปวดแสบร้อน หรือเหมือนไฟช็อตจากคอร้าวลงแขน เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีภาวะหมอนรองกระดูกคอปลิ้น หลายๆคนก็ได้รับการแจ้งว่าต้องรักษาโดยการผ่าตัด ขณะที่บางคนต้องทานยากลุ่มกาบ้าในปริมาณสูงเป็นเวลานาน
แต่อาการปวดก็ยังไม่ดีขึ้น
ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดนี้สามารถดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาที่เหมาะสม

เรื่องราวจากประสบการณ์จริงของคนไข้

คุณพอล ผู้ป่วยชายอายุ 42 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน มีอาการปวดคอร้าวลงแขนขวานานกว่า 8 เดือน ช่วงๆแรกๆคุณพอลยังมีอาการปวดเพียงเล็กน้อย ร่วมกับมีอาการปลายนิ้วเป็นหลัก เมื่อไปพบแพทย์ ได้รับการรักษาโดยการทานยากลุ่มกาบ้าเพนติน หลังจากทานยาไปได้ 2 เดือน อาการปวดดีขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อผ่านไปอีก 2 เดือน อาการปวดกลับมารุนแรงขึ้น ปวดมากตอนกลางคืน มีอาการชาแขนและปลายนิ้วมากขึ้น จนรบกวนการนั่งทำงาน เมื่อไปพบแพทย์อีกครั้ง จึงได้รับการส่งตรวจ MRI กระดูกส่วนคอ และพบว่ามีหมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาท ได้รับการแนะนำให้เข้าผ่าตัดหมอนรองกระดูกคอ

คุณพอลเครียดและหมดกำลังใจ เนื่องจากกังวลอย่างมากที่จะต้องผ่าตัด ลองยาแก้ปวดหลายชนิด รวมถึงยากลุ่มกาบ้าขนาดสูง และทรามาดอล ซึ่งเป็นมอร์ฟีนชนิดอ่อน  แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น

หมอนรองกระดูกคอปลิ้นคืออะไร?

ภาวะนี้เกิดจากหมอนรองกระดูกในคอไปกดหรือระคายเคืองเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวดคอร่วมกับอาการปวดร้าวลงไหล่ แขน หรือมือ อาจมีอาการชา เสียว หรือแขนอ่อนแรงร่วมด้วย

การตรวจวินิจฉัยจากแพทย์

เพื่อให้เข้าใจสาเหตุของอาการอย่างแท้จริง ทีมแพทย์ได้ทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ได้แก่

1️⃣ การซักประวัติอาการอย่างละเอียด

▪️ ประเมินระยะเวลาที่มีอาการ ความถี่ ความรุนแรง และปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวด

2️⃣ การตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทาง

▪️ ประเมินการเคลื่อนไหวของคอในทุกทิศทาง

▪️ ตรวจหาจุดกดเจ็บ

▪️ ตรวจการรับความรู้สึกและกำลังกล้ามเนื้อ เพื่อประเมินความผิดปกติของระบบประสาท

การวางแผนการรักษา

หลังจากประเมินผลการตรวจทั้งหมด แพทย์ได้วางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด คือ
การฉีดยาลดอาการปวด (Pain Relief Injection) ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด (Personalized Physical Therapy)

เหตุผลในการเลือกแนวทางการรักษา

อาการของคุณพอลมีสาเหตุหลักจากการหมอนรองกระดูกคอปลิ้น ปวดร้าวลงแขนการฉีดยาลดอาการปวดจึงเป็นการรักษาที่ตรงจุด และมีงานวิจัยสนับสนุนว่าสามารถช่วยลดอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพในผู้ป่วยที่มีภาวะข้อต่อกระดูกคอเสื่อม

ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว

 ขั้นตอนการรักษา

▪️ ทำความสะอาดบริเวณต้นคออย่างปลอดเชื้อ

▪️ แพทย์ใช้เครื่อง Ultrasound ควบคุมทิศทางแบบเรียลไทม์ เพื่อยืนยันตำแหน่งในการฉีดยาอย่างแม่นยำ

▪️ ฉีดยาลดอาการปวดเข้าสู่บริเวณที่มีการอักเสบหรือเป็นต้นเหตุของอาการปวด

▪️ ใช้เวลาทำหัตถการประมาณ 30–40 นา

 

การดูแลหลังทำทันที

▪️ ผู้ป่วยพักสังเกตอาการประมาณ 15–30 นาที

▪️ สามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน

▪️ อาจมีอาการตึงหรือระบมบริเวณที่ทำในช่วง 1–2 วันแรก สามารถประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการได้

▪️ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

 

การดูแลต่อเนื่องหลังฉีด (หัวใจของการลดปวดในระยะยาว)

หลังจากการฉีดยาลดอาการปวดประมาณ 1 สัปดาห์

ผู้ป่วยจะเริ่มเข้าสู่โปรแกรม กายภาพบำบัดเฉพาะบุคคล (Personalized Physical Therapy)

ซึ่งออกแบบโดยทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดจากผลการตรวจของผู้ป่วยแต่ละราย

▪️ ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของคอให้กลับมาใกล้เคียงปกติ

▪️ ลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้งานผิดท่ามาเป็นเวลานาน

▪️ ปรับสมดุลกล้ามเนื้อคอ บ่า และไหล่ เพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ

▪️ เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงกระดูกคอ

เหตุผลที่ต้องทำกายภาพบำบัดหลังฉีด

การฉีดยาลดอาการปวดช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้อย่างตรงจุด

ขณะที่การทำกายภาพบำบัดช่วยแก้ไขสาเหตุของอาการปวด ทำให้ผลการรักษาอยู่ได้นาน และลดการพึ่งพายาแก้ปวดในระยะยาว

 

 ผลลัพธ์การรักษา

✅ อาการปวดคอลดลงอย่างชัดเจน

✅ คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น

✅ ไม่จำเป็นต้องใช้หมอนรองคอเป็นประจำ

✅ สามารถกลับไปทำงานบ้าน ขับรถ และออกกำลังกายเบาๆ ได้

✅ ไม่มีอาการปวดร้าวลงแขนหรือสะบัก

✅ ความรู้สึกตึง หนัก หรือไม่สบายบริเวณคอหายไป

 

การติดตามอาการ

มีการนัดติดตามผลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์และพยาบาล พร้อมการติดต่อสอบถามอาการผ่านทางโทรศัพท์และไลน์
หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ ผู้ป่วยสามารถติดต่อกลับเพื่อขอคำแนะนำได้ทันที

สรุปเคส

กรณีของคุณพอลแสดงให้เห็นว่า อาการปวดคอเรื้อรังที่เป็นมานานหลายปี สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ หากได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
การรักษาด้วย Pain Relief Injection ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ โดยไม่มีอาการปวดคอรบกวนเหมือนที่ผ่านมา และลดความจำเป็นในการใช้ยาแก้ปวด

 

ดูบทความอื่น