• หน้าแรก /
  • Uncategorized /
  • การบล็อกปมประสาทสเตลเลท ทางเลือกการรักษาที่ช่วย “รีเซ็ต” ระบบประสาท

การบล็อกปมประสาทสเตลเลท ทางเลือกการรักษาที่ช่วย “รีเซ็ต” ระบบประสาท

การบล็อกปมประสาทสเตลเลท คืออะไร?

การบล็อกปมประสาทสเตลเลท หรือ Stellate Ganglion Block (SGB) คือการฉีดยาชาไปรอบ ๆ กลุ่มเส้นประสาทที่เรียกว่า “Stellate ganglion” เส้นประสาทกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทซิมพาเทติก ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย เช่น

  • อัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น
  • การไหลเวียนเลือดมากขึ้น แรงขึ้น
  • ขับเหงื่อเพิ่มขึ้น
  • การตื่นตัวเมื่อเครียดหรือวิตกกังวล

ในผู้ป่วยบางคน ระบบนี้ทำงานมากเกินไปตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง ภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรืออาการเรื้อรังหลังติดเชื่อ เช่น Long COVID
การทำ Stellate Ganglion Block จะช่วย “ลดการทำงานไวเกินของระบบประสาท” และช่วยให้ร่างกายกลับสู่สมดุล

ระบบประสาทซิมพาเทติกสำคัญอย่างไร?

ระบบประสาทนี้มีหน้าที่ป้องกันเราในยามฉุกเฉิน แต่ถ้ามัน “เปิดค้าง” ตลอดเวลา อาจทำให้เกิดอาการเหล่านี้:

  • ปวดหน้า ปวดแขนเรื้อรัง จากเส้นประสาทหรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติ
  • CRPS (Complex Regional Pain Syndrome) มีอาการปวดแสบร้อน บวม สีผิวเปลี่ยน เล็บผิดปกติ
  • PTSD, วิตกกังวล, ซึมเศร้า จากระบบความเครียดที่ทำงานมากเกินไป
  • อาการ Long COVID เช่น เหนื่อยง่าย สมองเบลอ นอนไม่หลับ

การบล็อกเส้นประสาทจุดนี้ชั่วคราว เปรียบเสมือนการ “รีเซ็ตระบบ” ให้สมองและร่างกายได้ฟื้นตัว

อาการอะไรบ้างที่รักษาได้ด้วย Stellate Ganglion Block

แพทย์มักใช้ SGB ในโรคหรือภาวะเกี่ยวกับเส้นประสาทและการไหลเวียน เช่น:

  • CRPS
  • ปวดแขนขาเรื้อรังภายหลังการตัดอวัยวะ (Phantom limb pain)
  • ปวดเรื้อรังงูสวัด (Postherpetic neuralgia)
  • ปวดหน้าและขากรรไกรเรื้อรัง
  • ไมเกรน หรืออาการเจ็บหน้าอกบางชนิดที่ตรวจแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ


นอกจากนี้ ยังมีการนำมาใช้เสริมในการดูแลผู้ป่วย:

  • PTSD
  • วิตกกังวล
  • ซึมเศร้า
  • Long COVID


โดยช่วยลดการกระตุ้นของระบบความเครียดในสมอง

ขั้นตอนการรักษามีอะไรบ้าง?

  1. เตรียมตัว
    ไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหาร ทำหัตถการโดยการฉีดยาชาเท่านั้น
  2. นอนหงาย แพทย์ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณคอ
  3. ใช้เครื่อง Ultrasound นำทางแบบเรียลไทม์
    แพทย์ทำหัตถการโดยเห็นบริเวณที่ต้องการฉีดยาอย่างชัดเจน แม่นยำ
  4. ฉีดยาชาเข้ารอบ ๆ Stellate ganglion ใช้เวลา 10-15 นาที

*พักสังเกตอาการ 30 นาที ก่อนกลับบ้าน (ไม่ควรขับรถกลับบ้านเอง)

ต้องทำกี่ครั้ง?

  • ผู้ป่วยบางคนรู้สึกดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก
  • แนะนำทำ 2–4 ครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานยิ่งขึ้น
  • ผลลัพธ์ที่คาดหวังมีดังนี้
    • ปวดลดลง
    • อารมณ์ดีขึ้น
    • นอนหลับลึกขึ้น
    • สดชื่น มีพลังงานมากขึ้น
    • ลดความจำเป็นในการพึ่งยาแก้ปวดหรือยาจิตเวชทุกวัน

ผลข้างเคียงที่อาจพบ (ชั่วคราว)

อาการเหล่านี้พบได้หลังการทำหัตถการและจะหายเองภายในไม่กี่ชั่วโมง

  • หนังตาตก
  • ตาแดง น้ำตาไหล
  • เสียงแหบ กลืนลำบากเล็กน้อย
  • แขนรู้สึกอุ่นหรือชา

*ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อยมาก หากทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญและใช้ Ultrasound นำทาง

ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?

คลินิกหรือโรงพยาบาลควรมีมาตรฐานดังนี้

  • ใช้ Ultrasound แบบเรียลไทม์ตลอดการทำหัตถการ
  • ใช้เข็มเฉพาะทางแบบปลายทู่ ออกแบบมาสำหรับการทำหัตถการโดย ultrasound
  • ใช้ยาปริมาณพอดีและฉีดยาแบบแม่นยำ
  • ทำโดยแพทย์เฉพาะทางด้าน Pain Medicine

แม้การรักษามาตรฐานทั้งหมดจะมีต้นทุนที่สูง แต่ผู้ป่วยจะได้รับความปลอดภัยและความแม่นยำสูงกว่าอย่างมาก

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำ Stellate Ganglion Block?

อาจไม่แนะนำในผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้

  • โรคเลือดออกง่ายที่ควบคุมไม่ได้
  • ติดเชื้อบริเวณคอหรือทั่วร่างกาย
  • โรคปอดระยะรุนแรง
  • แพ้ยาชา
  • โรคหัวใจรุนแรง
  • ตั้งครรภ์ (ยังมีข้อมูลความปลอดภัยจำกัด)

สรุป

Stellate Ganglion Block เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดหน้า แขน หรือ CRPS
  • ไมเกรน
  • PTSD, วิตกกังวล, ซึมเศร้า รักษาด้วยยาไม่ได้ผล หรือมีผลข้างเคียงจากยา
  • Long COVID มีอาการปวดจมูกเรื้อรัง นอนไม่หลับ brain fog

โดยช่วย “ปรับสมดุลระบบประสาท” ด้วยเทคโนโลยี Ultrasound และอุปกรณ์ฉีดยาเฉพาะ ทำให้การรักษาแม่นยำและปลอดภัยสูง

หากคุณกำลังมองหาการทำ Stellate Ganglion Block  ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาความปวด
เพื่อประเมินว่าการรักษานี้เหมาะกับคุณหรือไม่ 

ดูบทความอื่น