ทำความเข้าใจภาวะปวดหลังผ่าตัด (Chronic Pain After Spinal Surgery)
การผ่าตัดกระดูกสันหลังมักถูกนำเสนอว่าเป็นทางออกสุดท้ายสำหรับอาการปวดหลังหรือปวดร้าวลงขาเรื้อรัง แต่ในความเป็นจริง ประมาณ 15% – 40% ยังคงมีอาการปวดหลังหรือปวดขาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือนหลังการผ่าตัด ซึ่งเราเรียกภาวะนี้ว่าอาการปวดเรื้อรังหลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง (Chronic Pain After Spinal Surgery: CPSS) (ชื่อเดิมคือ กลุ่มอาการผ่าตัดหลังล้มเหลว (Failed Back Surgery Syndrome: FBSS) โดยอาการปวดอาจเป็นอาการเดิมที่ไม่ดีขึ้นหลังผ่าตัด หรือเป็นอาการปวดหลังหรือปวดร้าวลงขาที่เกิดขึ้นใหม่หลังการผ่าตัดก็ได้
หากคุณกำลังเผชิญปัญหานี้ โปรดทราบว่าคุณไม่ได้เผชิญอยู่เพียงลำพัง การทำความเข้าใจสาเหตุจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการหาวิธีรักษาที่เหมาะสม
ความจริงที่ซับซ้อนหลังการผ่าตัด
การผ่าตัดมักแก้ไขปัญหาโครงสร้างได้สำเร็จ (เช่น หมอนรองกระดูกที่กดทับ) แต่ความเจ็บปวดของร่างกายนั้นซับซ้อนกว่าแค่โครงสร้างทางกายภาพอย่างเดียว
นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้อาการปวดอาจไม่หายไปอย่างสมบูรณ์:
- อาการปวดไม่ได้มาจากจุดที่ผ่าตัด
ความเจ็บปวดอาจมีแหล่งกำเนิดมาจากส่วนอื่นที่ไม่ได้รับการแก้ไข ตัวอย่างเช่น
- ปัญหาข้อต่อฟาเซต (Facet Joint Syndrome): ข้อต่อเล็ก ๆ ด้านหลังกระดูกสันหลังอาจเป็นต้นตอของความปวดเอง หากข้อต่อส่วนนี้เสื่อมหรืออักเสบ การผ่าตัดหมอนรองกระดูกเพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วยให้อาการปวดดีขึ้น
- ปัญหาข้อต่อกระดูกเชิงกราน (SI Joint Dysfunction): ข้อต่อที่เชื่อมกระดูกสันหลังกับเชิงกรานอาจเป็นต้นตอของอาการปวดที่คล้ายกับปวดหลัง แต่ไม่ได้รับการวินิจฉัยก่อนการผ่าตัด จึงไม่ได้รับการรักษา
- ความเสื่อมของข้อต่อข้างเคียง (Adjacent Segment Disease – ASD)
กระดูกสันหลังทำงานเป็นชุดของข้อต่อหลายชุด หากมีการผ่าตัดเชื่อมข้อ (Fusion) หรือยึดกระดูกขึ้นในส่วนใดส่วนหนึ่ง
แรงกดและภาระการทำงานจะถูกถ่ายโอน ไปยังระดับกระดูกที่อยู่ติดกันทันที ซึ่งทำให้ส่วนที่ติดกันนั้นเสื่อมเร็วขึ้นและเกิดอาการปวดใหม่ได้ - พังพืดจากการผ่าตัด และภาวะกระดูกเชื่อมไม่ติด
- พังผืดรอบเส้นประสาท (Epidural Fibrosis): ในระหว่างการสมานแผล เนื้อเยื่อแผลเป็นจะก่อตัวขึ้นรอบเส้นประสาทหรือไขสันหลัง หากมีมากเกินไป อาจไปรั้งหรือระคายเคืองเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวดซ้ำ
- กระดูกเชื่อมไม่ติด (Failed Fusion): ในกรณีผ่าตัดเชื่อมข้อ หากกระดูกไม่ประสานกันอย่างสมบูรณ์ ส่วนนั้นจะยังคงเคลื่อนไหวได้ ทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบอย่างต่อเนื่อง
- ระบบประสาทที่ “ปรับตัว” ให้รู้สึกปวด (Nerve Sensitization)
หากคุณต้องทนปวดรุนแรงเป็นเวลานานก่อนการผ่าตัด ระบบประสาทอาจเกิดภาวะ “ไวต่อความเจ็บปวด” (Central Sensitization) กล่าวคือ ระบบประสาท “เรียนรู้” ที่จะส่งสัญญาณความเจ็บปวด แม้ว่าปัญหาโครงสร้างทางกายภาพจะได้รับการแก้ไขไปแล้วก็ตาม - ปัจจัยด้านร่างกายและจิตใจ ความเจ็บปวดเกี่ยวข้องกับสมองและสุขภาพองค์รวม
- ความอ่อนแอของกล้ามเนื้อ (Deconditioning): การขาดการใช้งานกล้ามเนื้อโดยเฉพาะ กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ก่อนและหลังผ่าตัด ทำให้กระดูกสันหลังขาดความมั่นคงและเกิดอาการปวดเมื่อยได้ง่าย
- สุขภาพจิต: ความเครียด ภาวะซึมเศร้า และความวิตกกังวล สัมพันธ์โดยตรงกับความสามารถในการทนต่อความเจ็บปวด และทำให้การรับรู้ความปวดรุนแรงขึ้น
แนวทางการจัดการอาการปวดเรื้อรังหลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง
หากอาการปวดหลังผ่าตัดยังคงอยู่ สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนแนวทางการรักษาจากแค่ “มองหาโครงสร้างที่ผิดปกติ” ไปสู่ การักษาอย่างครอบคลุมเพื่อการระงับปวด
จุดสำคัญในการจัดการอาการปวดหลังผ่าตัดได้แก่
- การตรวจประเมินอย่างละเอียด: เพื่อระบุ แหล่งกำเนิดความปวดที่แท้จริง ซึ่งอาจไม่ใช่ตำแหน่งที่ทำการผ่าตัด
- หัตถการระงับปวดเฉพาะจุด: การใช้วิธีการรักษาเพื่อลดปวดโดยเฉพาะ เช่น การฉีดยาเพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาทโดยตรง หรือ การจี้ลดปวดด้วยคลื่นวิทยุ (RFA) เพื่อหยุดสัญญาณปวดที่ไวเกินไป
- การฟื้นฟูแบบองค์รวม: การทำงานร่วมกับนักกายภาพบำบัดที่เน้นการ ฝึกฝนระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular Retraining) เพื่อสร้างความมั่นคงให้กระดูกสันหลังอย่างยั่งยืน
อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดหลังการผ่าตัดเป็นเรื่องปกติ ขั้นตอนต่อไปคือการเข้ารับการประเมินที่เน้นการจัดการความปวดแบบหลากหลายมิติ เพื่อแก้ไขปัจจัยซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดเรื้อรัง
เรียบเรียงบทความโดย : แพทย์หญิง รรินทร ชุมสาย ณ อยุธยา แพทย์เฉพาะทางด้านการระงับปวด