ปวดไหล่ เกิดจากอะไร? อาการแบบไหนที่ควรระวัง

สารบัญเนื้อหา ซ่อน

ปวดไหล่เกิดจากอะไร? รู้จักสาเหตุ อาการ และแนวทางรักษาด้วยกายภาพบำบัด

อาการปวดไหล่เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยในวัยทำงาน นักกีฬา และผู้สูงอายุ หลายคนเริ่มต้นจากอาการเมื่อยล้าบริเวณบ่าและหัวไหล่หลังทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ยกของหนัก หรือเล่นกีฬา แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาการกลับไม่ดีขึ้น กลับมีอาการปวดมากขึ้น ยกแขนไม่สุด หรือปวดร้าวลงแขน

ในความเป็นจริง อาการปวดไหล่ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับเส้นเอ็น ข้อไหล่ ระบบประสาท รวมถึงความผิดปกติของกระดูกต้นคอและการเคลื่อนไหวของร่างกาย การประเมินหาสาเหตุอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ตรงกับต้นเหตุและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ


สาเหตุของอาการปวดไหล่

1. กล้ามเนื้อคอและบ่าตึงจากการใช้งานซ้ำ

การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ก้มเล่นโทรศัพท์ หรือขับรถต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และสะบักทำงานหนัก เกิดการตึงตัวและมีจุดกดเจ็บ (Trigger Point) ส่งผลให้รู้สึกปวดไหล่หรือปวดร้าวขึ้นคอได้

2. เอ็นรอบข้อไหล่อักเสบ (Rotator Cuff Tendinopathy)

เส้นเอ็นที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของข้อไหล่อาจเกิดการอักเสบจากการใช้งานซ้ำ การยกของหนัก หรือการเล่นกีฬา ทำให้มีอาการปวดเมื่อยกแขน หวีผม หยิบของบนที่สูง หรือเอื้อมมือไปด้านหลัง

3. ภาวะไหล่ติด (Frozen Shoulder)

ภาวะไหล่ติดเกิดจากการที่เยื่อหุ้มข้อไหล่หนาตัวและตึง ทำให้ข้อไหล่เคลื่อนไหวได้น้อยลง ผู้ป่วยมักมีอาการปวดร่วมกับยกแขนได้ไม่สุด โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนหรือหลังตื่นนอน

4. ข้อไหล่เสื่อม

พบได้ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้งานข้อไหล่อย่างหนักเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดอาการปวด ขยับข้อไหล่ลำบาก และอาจมีเสียงขณะเคลื่อนไหว

5. ปัญหาจากกระดูกต้นคอและเส้นประสาท

อาการปวดไหล่บางรายไม่ได้เกิดจากข้อไหล่โดยตรง แต่เกิดจากเส้นประสาทบริเวณคอถูกกดทับ ทำให้มีอาการปวดร้าวลงแขน ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย

6. ความผิดปกติของการเคลื่อนไหวและโครงสร้าง

ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อรอบสะบัก ลำตัว และแกนกลางลำตัว (Core) อาจทำให้ข้อไหล่รับแรงมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการปวดเรื้อรังและกลับมาเป็นซ้ำได้


อาการปวดไหล่แบบไหนที่ควรเข้ารับการประเมิน

หากคุณมีอาการต่อไปนี้ ควรเข้ารับการประเมินโดยนักกายภาพบำบัด

  • ปวดไหล่นานกว่า 2 สัปดาห์ แม้พักแล้วอาการไม่ดีขึ้น

  • ยกแขนไม่สุดหรือเคลื่อนไหวไหล่ได้จำกัด

  • ปวดเวลาหยิบของ ยกของ หรือเอื้อมมือ

  • ปวดร้าวลงแขน หรือมีอาการชาร่วมด้วย

  • ปวดมากในช่วงกลางคืนหรือปวดจนรบกวนการนอน

  • มีอาการปวดซ้ำ ๆ จากการทำงานหรือการเล่นกีฬา

หากมีอาการหลังอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม ไหล่ผิดรูป ยกแขนไม่ได้ หรือสงสัยกระดูกหัก ควรพบแพทย์ทันที


การประเมินอาการปวดไหล่ที่ PS Center

ที่ PS Center เราเชื่อว่าการรักษาที่ดีเริ่มต้นจากการประเมินที่ถูกต้อง นักกายภาพบำบัดจะวิเคราะห์ทั้งบริเวณที่มีอาการและปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการ เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง

1. ซักประวัติอย่างละเอียด

นักกายภาพบำบัดจะสอบถามเกี่ยวกับ

  • ลักษณะและตำแหน่งของอาการปวด

  • ระยะเวลาที่เป็น

  • กิจกรรมที่ทำให้ปวด

  • อาชีพและการใช้งานไหล่ในชีวิตประจำวัน

  • ประวัติการบาดเจ็บหรือการผ่าตัด

  • อาการร่วม เช่น ชา อ่อนแรง หรือไหล่ติด

2. Physical Assessment

ประเมินการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและข้อไหล่ ได้แก่

  • ช่วงการเคลื่อนไหวของข้อไหล่

  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

  • ความตึงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น

  • การทำงานของระบบประสาท

  • การทำงานของคอ สะบัก และข้อไหล่ร่วมกัน

3. Posture & Movement Analysis

นักกายภาพบำบัดจะวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวและท่าทางของร่างกาย เช่น

  • ท่านั่งทำงาน

  • การใช้คอมพิวเตอร์

  • การยกของ

  • การออกกำลังกาย

  • รูปแบบการเคลื่อนไหวของสะบักและข้อไหล่

เพื่อค้นหาปัจจัยที่เป็นสาเหตุของอาการ และออกแบบโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล

หากพบความผิดปกติที่อยู่นอกขอบเขตการดูแลทางกายภาพบำบัด หรือมีข้อบ่งชี้ที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม นักกายภาพบำบัดจะแนะนำให้พบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม


แนวทางการรักษาทางกายภาพบำบัดสำหรับอาการปวดไหล่

1. การรักษาด้วยมือ (Manual Therapy)

นักกายภาพบำบัดใช้เทคนิคเฉพาะเพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อและเนื้อเยื่อ เช่น Joint Mobilization, Soft Tissue Release หรือ Lymphatic Drainage เพื่อลดอาการบวม ปวด และเพิ่มการเคลื่อนไหว 

2. การรักษาด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ (Ultrasound Therapy)

ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดในเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบ และส่งเสริมการฟื้นตัวของร่างกาย

3. การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า (Electrical Stimulation)

ช่วยลดอาการปวด กระตุ้นหรือลดการทำงานของกล้ามเนื้อตามแต่เทคนิคการรักษา

4. การรักษาด้วยอัลตราซาวด์ร่วมกับการกระตุ้นไฟฟ้า(Combined Therapy)

ช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

5. โปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะบุคคล (Individualized Exercise Program)

นักกายภาพบำบัดจะออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายให้เหมาะกับแต่ละบุคคลเพื่อ

  • เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

  • ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว

  • พัฒนาการรับรู้ตำแหน่งของข้อ (Proprioception)

  • ลดโอกาสบาดเจ็บซ้ำในอนาคต

6. การบำบัดด้วยความร้อนหรือความเย็น (Thermal Therapy)
  • ประคบร้อน ช่วยคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนเลือด

  • ประคบเย็น ช่วยลดอาการบวมและการอักเสบในระยะเฉียบพลัน

7. การติด Kinesio Tape

ช่วยพยุงโครงสร้าง กระตุ้นหรือลดการทำงานของกล้ามเนื้อ และช่วยให้สามารถทำกิจกรรมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

8. การให้คำแนะนำในการใช้ร่างกาย (Education & Ergonomic Advice)

นักกายภาพบำบัดจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับ

  • ท่านั่งและการจัด Work Station ที่เหมาะสม

  • การยกของอย่างถูกวิธี

  • การออกกำลังกายอย่างถูกต้อง

  • วิธีดูแลตัวเองและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ


จุดเด่นของการรักษาที่ P.S. Center

  • ประเมินโดยนักกายภาพบำบัดอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสาเหตุของอาการ

  • วิเคราะห์ท่าทางและรูปแบบการเคลื่อนไหว (Posture & Movement Analysis)

  • วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลตามปัญหาของแต่ละคน

  • ผสาน Manual Therapy เครื่องมือทางกายภาพบำบัด และการออกกำลังกายเพื่อการฟื้นฟูอย่างครบวงจร

  • ให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรมและการใช้งานร่างกายในชีวิตประจำวัน

  • มุ่งเน้นการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ และช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือเล่นกีฬาได้อย่างมั่นใจ


ฟื้นฟูอาการปวดไหล่อย่างตรงจุด ด้วยกายภาพบำบัด

อาการปวดไหล่ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน เพราะอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อไหล่ หรือระบบประสาท หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้ข้อไหล่เคลื่อนไหวได้ลดลงและเกิดอาการเรื้อรังในระยะยาว

ที่ PS Center นักกายภาพบำบัดจะประเมินอาการอย่างละเอียด วิเคราะห์การเคลื่อนไหว และออกแบบโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิต ทำงาน และออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจ พร้อมลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว

ดูบทความอื่น